วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ตู้เย็นคนยาก ประหยัดด้วยหลักฟิสิกส์
Mohammed Bah Abba คุณครูสอนวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งในไนจีเรีย แอฟริกาได้รับรางวัลนวัตกรรมโลว์เทค จากโรเล็กซ์ จากผลงาน pot-in-pot ในที่นี้ขอเรียกว่าตู้เย็นคนยาก สาเหตุมาจากการที่นักเรียนขาดเรียนบ่อยๆ เพื่อไปช่วยพ่อแม่ขายผลิตผลจากพืชในตลาดให้ทัน ก่อนที่ผลไม้สุกที่ตัดแล้ว จะเน่าเสียตามสภาพภูมิอากาศร้อน
ตู้เย็นของคุณครูทำจากตุ่มดินเผาสองใบ ใบใหญ่ใส่ทรายรองก้น วางตุ่มใบเล็กลงไปในใบใหญ่ ใส่ทรายในช่องว่างระหว่างตุ่มสองใบ จากนั้นเทน้ำลงไปในทรายให้ทรายชุ่มน้ำ แล้วนำผ้าชุบน้ำมาปิดฝาตุ่ม ก็จะได้ตู้เย็นคนยาก สามารถเก็บผักผลไม้ได้นานกว่าเดิม ด้วยการเก็บลงไปในตุ่มใบเล็ก ซึ่งสามารถเก็บได้นานกว่า 4 สัปดาห์
จาก การที่ทรายทำหน้าที่เก็บความเย็นให้ตุ่มใบเล็ก และเก็บน้ำให้ตุ่มใบใหญ่ เมื่อน้ำระเหยออกจากผิวของตุ่มใบใหญ่ จะนำพาความร้อนออกไป และทำให้อุณหภูมิของตุ่มใบเล็กเย็นระดับน้องๆ ตู้เย็นเลยทีเดียว ใช้หลักฟิสิกส์เรื่องความร้อนแฝงของการเปลี่ยนเฟสจากของเหลวเป็นไอ ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ที่มา : เรื่อง ตู้เย็นคนยาก โดย ดร. พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ หนังสือ วิทยาศาสตร์
นักวิทยาศาสตร์ สามารถชุบชีวิตได้แล้ว
ตายแล้วไม่ต้องไปไหน...เดี๋ยวก็ได้ฟื้นมาใหม่ เมื่อนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ สามารถชุบชีวิต "หมาน้อย" ที่ขาดใจไปแล้วให้กลับฟื้นคืนชีพอีกครั้งด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์จนเป็นผล สำเร็จ คาดปีหน้าได้ทดลองใช้กับคน
นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์การวิจัย กู้ชีพซาฟาร์ แห่งมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก (Pittsburgh's Safar Centre for Resuscitation Research) สหรัฐฯ ได้พัฒนาเทคนิคการถ่ายเลือดและเติมสารละลายน้ำเกลือที่เป็นน้ำแข็งและเย็นยะ เยือกลงไปในเส้นเลือดดำ เพื่อรักษาสภาพและฟื้นชีวิตที่ตายไปแล้วให้กลับฟื้นคืนมาใหม่ได้เป็นผล สำเร็จ
การชุบชีวิตครั้งแรกได้ทดสอบกับ "สุนัข" จำนวนหนึ่งซึ่งตายแล้วตามนิยามทางการแพทย์ คือหยุดหายใจและหัวใจไม่เต้นหรือไม่มีกิจกรรมใดๆ เกิดขึ้นในสมอง แต่ว่าอีก 3 ชั่วโมงต่อมาเลือดของหมาที่สิ้นใจก็ถูกแทนที่ด้วยน้ำเกลือ และบรรดาหมาๆ ก็ฟื้นคืนชีพมาเป็น "หมาซอมบี้" หลังจากถูกช็อตด้วยไฟฟ้า
ระหว่าง กระบวนการแทนที่เลือดด้วยน้ำเกลือ ณ อุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์องศา อุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะตกลงมาเหลือแค่เพียง 7 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิร่างกายปกติ 37 องศา รวมถึงมีภาวะตัวเย็นเกินก่อนตาย และแม้ว่าหมาน้อยเหล่านี้จะตายแล้วในทางการแพทย์แต่เนื้อเยื่อและอวัยวะ ต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดี
เส้นเลือดต่างๆ และเนื้อเยื่อที่เสียหายสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการศัลยกรรม เหล่าน้องหมามีชีวิตกลับมาอีกรอบหนึ่ง เพราะเลือดกลับคืนสู่ร่างกาย และได้ออกซิเจนเต็มที่ 100% แถมยังมีการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าประหนึ่งเหมือนการรีสตาร์ทการทำงานของ หัวใจอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อตรวจสอบสภาพร่างกายของ "หมาซอมบี้" แล้วก็กลับสู่สภาพเดิมอย่างปกติ และไม่มีสมองส่วนใดถูกทำลาย
ด้วย ความหวังว่าแทนที่จะปล่อยให้คนป่วยหลับไปเป็นปีๆ หรือตายจากไป การส่งให้พวกเขากลับมามีชีวิตอยู่นั้นนับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มี ประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง โดยนักวิทยาศาสตร์พยายามทำให้ผู้ป่วยกลับฟื้นชีวิตได้ อย่างน้อยเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม แต่ก็มากพอสำหรับการรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บจากสงคราม หรือเหยื่อที่ถูกแทง ถูกยิง เพราะพวกเขาจะเจ็บปวดและขาดใจจากการเสียเลือดมาก
ผลที่ได้ทำ ให้ทางศูนย์มีแผนจะนำเทคนิคนี้ไปทดสอบใช้ในมนุษย์ภายในปีหน้า อีกทั้งเชื่อว่าภายใน 10 ปีจะสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ขัดขวาง "การตาย" ของมนุษย์ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมรภูมิรบ
ปล. จะชุบชีวิตอะไรยังไงต้องดูจากสภาพศพด้วยนะเออ
แก้ปัญหาโลกแตกได้แล้ว
นักวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาโลกแตกได้แล้ว ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน?
เคย นึกไหมว่าไก่กับไขอะไรเกิดก่อนกัน พอคิดไปคิดมาก็ได้คำตอบวนๆถ้าไก่ไม่เกิดก่อนก็จะไม่มีไข่ แต่ถ้าไม่มีไข่ไก่ก็จะเกิดมาไม่ได้ แต่วันนี้นักวิทยาศาสตร์ได้คำตอบนั้นแล้ว
Dr. Colin Freeman จาก Sheffield University ได้ทำการวิจัยอย่างหนักกับนักศึกษา Warwick University เพื่อหาคำตอบผลปรากฎว่า
"นานแล้วที่เราคาดว่าไข่น่าจะมาก่อนไก่แต่บัดนี้เราได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อล้วว่าไก่นั้นมาก่อน" เขากล่าวข้อ พิสูจน์นี้พิสูจน์ได้จากสารโปรตีนชนิดหนึ่งนั้นคือ Ovocledidin-17 (OC-17) ที่พบได้ในรังไขของไก่ ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบการผลิตเปลือกของไข่นั้นเอง
OC-17จะ เปลี่ยนแคลเซียมคาร์บอนเน็ตให้เป็นแคลไซต์คริสตอลซึ่งจะเปลี่ยนเป็นไข่ในภาย หลัง ซึ่งหากไม่มี OC-17 ก็จะไม่มีไข่ ซึ่งOC-17 จะมาจากรังไข่ของไก่เท่านั้น แปลว่า ไก่ต้องเกิดก่อนไข่
วิทยาศาสตร์กับการบินและนักบินรู้เส้นทางได้อย่างไร
เครื่องบินเป็นพาหนะที่ใช้เดินทางทางอากาศที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และช่วยย่นระยะทางในการเดินทางติดต่อไปมาระหว่างประเทศต่างๆ ทั่วโลก แต่ถ้าย้อนกลับไปถามคำถามที่ว่าเพราะเหตูใดเครื่องบินถึงบินได้ และนักบินทราบเส้นทางการบินได้อย่างไร คิดว่าทุกคนคงอยากจะทราบคำตอบของคำถามที่ถามเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด คุณจีรศักดิ์ นาคสีรุ่ง ผู้จัดการฝ่ายการฝึกบิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด กล่าวว่า การลอยตัวของเครื่องบินนั้นสามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้
ทฤษฏีที่1 ความเร็วบริเวณเหนือปีกด้านบน โดยทดลองนำกระดาษทิชชูมาเป่า ผลที่เกิดขึ้นคือ กระดาษทิชชูจะลอยขึ้น เพราะด้านบนมีแรงดันน้อยกว่าแรงดันด้านล่างจึงทำให้กระดาษทิชชูลอยขึ้นมา สาเหตุที่อากาศด้านบนเบากว่าเนื่องจากมีความเร็วของอากาศด้านบนมากกว่าความ
เร็วของอากาศด้านล่าง ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องของการบิน
ทฤษฏีที่2 คือการเปิดมุมปะทะของปีกเครื่องบิน โดยทดลองยื่นมือออกนอกรถในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็ว เราจะมีความรู้เกิดแรงยกของอากาศจะยกฝ่ามือเราให้ยกตัวสูงขึ้น
ทฤษฏีที่3 คือเกิดจากแรงขับของเครื่องบินโดยตรง เช่น ในการปล่อยจรวดต้องใช้แรงขับจากจรวดโดยตรง และในกรณีของการปล่อยบอลลูน เนื่องจากอากาศที่อยู่ในบอลลูนเบากว่าอากาศที่อยู่นอกบอลลูนจึงทำให้เกิดแรง ยกบอลลูนขึ้น
ส่วนคำถามที่ว่านักบินทราบเส้นทางการบินได้อย่างไรนั้น คุณจีรศักดิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ถ้าจะเดินทางไปเชียงใหม่นักบินจะต้องรู้ว่าเชียงใหม่อยู่ทางทิศใดของประเทศ ไทย เพราะฉะนั้นการเดินทางไปเชียงใหม่นักบินจะต้องควบคุมเครื่องบินไปด้านทิศ เหนือคล้อยไปทางด้านทิศตะวันตก
เล็กน้อย นี่คือหลักเบื้อนต้น สำหรับเครื่องมือสมัยใหม่จะใช้เส้นทางการบินที่เป็นเส้นตรงเพื่อย่นระยะเวลา ในการเดินทาง และได้ระยะทางที่สั้นที่สุด ในแผนที่การบินจะระบุไว้ค่อนข้างชัดเจนว่านักบินจะต้องถือทิศทางที่เท่าไร เช่น ถือทิศทาง 342 องศาเพื่อจะได้เดินทางไปเชียงใหม่เป็นเส้นตรง ซึ่งทิศทางในการบินจะใช้เข็มทิศเป็นหลัก แต่ก็ยังอาจจะไม่ถูกต้องเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงมีการคิดค้นเครื่องมือสำหรับช่วยในการเดินทาง ทางอากาศขึ้นมา เปรียบได้กับสถานีวิทยุและจะกำหนดคลื่นความถี่ซึ่งเป็นความถี่ที่ตั้งไว้ เรียบร้อยแล้ว เช่น ตั้งความถี่ไว้ที่ จ.เชี่ยงใหม่ นักบินก็บินให้ตรงกับหัวเข็มทิศ ซึ่งจะทำให้สามารถทราบระยะทางในการบินได้และรับประกันได้ว่าการเดินทางไป เชียงใหม่นั้นถูกต้องแม่นยำแน่นอน
TIPS
สมัย รัชกาลที่ 7 ถือเป็นยุคหนึ่งที่การบินของไทยพัฒนาไปได้มากที่สุด เพราะในขณะนั้น ไทยเป็นชาติแรกในเอเชียที่สามารถสร้างเครื่องบินและสามารถทำการบินได้ และในช่วงสงครามโลก ครั้งที่หนึ่ง ไทยก็มีกองกำลังเครื่องบินรบ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมีเพียงแค่เหล่าทหารราบ
ทหารปืนใหญ๋ และทหารม้าเท่านั้น ทำให้ต่างชาติเห็นว่าเราเป็นผู้เจริญไม่กล้าเข้ามารุกราน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)
Credit : http://campus.sanook.com
วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นักวิทยาศาสตร์ไขปริศนา"สามเหลี่ยมผีสิง"เบอร์มิวด้า"ได้แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถวิจัยค้นพบปริศนาลึกลับดำมืดของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ที่สร้างปรากฎการณ์ดูดกลืนเรือและเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณดังกล่าวจนหายสาบสูญ และถูกกล่าวขานเรียกว่าเป็น"สามเหลี่ยมผีสิง ที่ร่ำลือกันว่า ได้ดูดกลืนสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาทะลุไปยังอีกมิติหนึ่ง"โดยพบว่า สาเหตุแท้จริงมาจากการการก่อตัวของก๊าซธรรมชาติ ที่ใหญ่ขนาดเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ และทำให้เรือและเครื่องบินสูญเสียการควบคุม ก่อนจมดิ่งสู่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
รายงานระบุว่า จากการค้นพบของศจ.โจเซฟ โมนาแกน หนึ่งในสองผู้วิจัยงานศึกษาไขปริศนาดังกล่าว ระบุว่า เขาพบว่า บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ปรากฎว่ามีก๊าซมีเธนเป็นจำนวนมาก ขนาดปะทุเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ลอยเหนือบริเวณดังกล่าว ก๊าซดังกล่าวอยู่ใต้ท้องทะเลในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า โดยเมื่อก๊าซเหล่านี้ขึ้นสู่พื้นผิว มันจะทะยานสู่อากาศ และขยายตัวเป็นวงกว้างและก่อตัวเป็นฟองก๊าซขนาดยักษ์ เมื่อเรือลำใดผ่านเข้าไปในบริเวณนั้น ก็จะเข้าไปสู่ฟองก๊าซมีเธนขนาดยักษ์ จนทำให้เรือเหล่านี้สูญเสียการควบคุม และจมลงสู่ห้วงทะเล
และหากฟองก๊าซดังกล่าวมีขนาดยักษ์มาก ๆ ที่สามารถครอบคลุมความหนาแน่นระดับสูงบนผืนฟ้าเพียงพอ มันก็จะทำให้เครื่องบินที่บินอยู่บนน่านฟ้าเหนือสามเหลี่ยมฯ สูญเสียการควบคุม ตกทะเลและจมลงสู่ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว
Credit : http://www.siamsouth.com
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสิ่งมีชีวิตคล้ายกระสือ
Sea cucumber ปลิงทะเล คือ สัตว์ประหลาดตัวนี้ ซึ่งรูปร่างมันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับ ผีกระสือของไทยเราเสียเหลือเกิน ที่มีแต่หัว กับ ไส้
รายละเอียดเกี่ยวกับ ปลิงกระสือ ตัวนี้
ปลิงทะเลตัวนี้มี ชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Enypniastes
ต่อไปนี้จะขอเรียก ปลิงตัวนี้ว่า ปลิงกระสือ
ลักษณะร่างกาย มีลำตัวโปร่งใส สีชมพู มีหนวดสั้นๆ
ปลิงกระสือ พึ่งถูกค้นพบเมื่อเร็วๆนี้ ที่ อ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) ที่ระดับน้ำลึก 2.74 กิโลเมตร
บริเวณผิวหนังของพวกมันมี เซลเรืองแสงที่ใช้ป้องกัน การถูกล่า จากนักล่า
พวมมันเป็นปลิงทะเล จำนวนไม่กี่สายพันธุ์ที่ใช้การว่ายน้ำเพื่อเคลื่อนที่ แทนการคลานอยู่บนพื้นมหาสมุทร
พวมมันอาศัยอยู่ที่ระดับความสูงจากท้องมหาสมุทรถึง 30 เมตร
ปลิงกระสือใช้าการ หุบ และ อ้า หนวดบริเวณส่วนหัวไปมาในการว่ายน้ำ
ข้อมูลอ้างอิง ปลิงกระสือ
http://news.discovery.com/animals/sea-cucumber-deep-ocean.html
http://www.whoi.edu/page.do?pid=10897&i=2645&x=194
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





