วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2554

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต


การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
(การปลูกถ่ายไขกระดูก)

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับไขกระดูก

ไขกระดูกเป็นส่วนที่อยู่ตรงกลางของกระดูก มีลักษณะเป็นของเหลว และเป็นแหล่งกำเนิดของเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ในไขกระดูกจะมีเซลล์เม็ดเลือดจำนวนมากหลายชนิด เซลล์ต้นกำเนิด(stem cell) เป็นเซลล์ที่มีความสามารถในการแบ่งตัวเป็นเซลล์เม็ดเลือดชนิดต่างๆ ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด นอกจากนี้ เซลล์ต้นกำเนิดยังพบได้ในเลือดจากสายสะดือและในเลือดที่หมุนเวียนอยู่ในร่างกาย

การปลูกถ่ายไขกระดูกแบ่งเป็น 2 แบบ
1. การปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้ไขกระดูกของตนเอง (Autologous Bone Marrow Transplantation)ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งชนิดร้ายแรง หรือดื้อต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยวิธีนี้ หลักการของการรักษาคือ การให้ยาเคมีบำบัดในขนาดสูงแก่ผู้ป่วย แล้วตามด้วยการให้เซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งอาจนำมาจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง หรือในปัจจุบันเรามักจะเลือกใช้การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดของผู้ป่วย ผู้ป่วยจะได้รับยากระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดออกมาในกระแสโลหิตประมาณ 4 – 5 วัน หลังจากนั้นผู้ป่วยจะได้รับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ เพื่อนำเลือดของผู้ป่วยผ่านเข้าเครื่อง และแยกเอาเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิด และเม็ดเลือดขาวออกมา เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดก็จะคืนให้แก่ผู้ป่วย การนำเซลล์ต้นกำเนิดกลับให้ผู้ป่วยจะทำให้เม็ดเลือดของผู้ป่วยกลับคืนสู่ ปกติโดยเร็ว การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังการได้รับยาเคมีบำบัดขนาดสูง เช่น การติดเชื้อ และการมีแผลในปาก
2. การปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้ไข กระดูกของผู้อื่น (Allogeneic Bone Marrow Transplantation) เนื่องจากไขกระดูก หรือเซลล์ต้นกำเนิดของผู้อื่นถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะต้องกำจัด ดังนั้นก่อนที่จะให้ไขกระดูกของผู้อื่น จึงต้องมีการเตรียมผู้ป่วยโดยการให้ยาเคมียำยัด การฉายแสงหรือ สองอย่างรวมกัน (preparative regimen) วิธีการนี้จะทำลายเซลล์ในไขกระดูกของผู้ป่วยและกดภาวะภูมิคุ้มกันด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกของผู้อื่น นอกจากนี้วิธีการนี้ยังทำลายเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ก่อนทำการปลูกถ่ายไข กระดูก ในผู้ป่วยโรคมะเร็งอีกด้วย หลังจากนั้นผู้ป่วยจะได้รับไขกระดูกจากผู้รับบริจาคโดยทั่วไปสิ่งที่จะบอกว่าผู้ป่วยยอมรับเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค และเซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาคเริ่มทำงานได้เต็มที่ คือการที่มีจำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เมื่อเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิล(neutrophil) เพิ่มขึ้นเกิน 500 ไมโครลิตร เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน เราเรียกว่าผู้ป่วยยอมรับเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค (engraftment) หลังจากนั้นเซลล์ต้นกำเนิดจะสร้างเซลล์เม็ดเลือดทุกชนิดที่สมบูรณ์แข็งแรง ต่อไป ผู้ป่วยอาจต้องได้รับเม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดเสริมต่อไปอีกระยะจนกระทั่งเซลล์ต้นกำเนิดของผู้บริจาคทำงาน ได้เต็มที่ ระบบภูมิคุ้มกันก็จะค่อยๆกลับคืนสู่สภาวะปกติ ซึ่งอาจใช้เวลา 6 เดือน – 1 ปี หลังจากการปลูกถ่ายไขกระดูก

Credit : http://www.facebook.com/note.php?note_id=130482980305635

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น